เอกสารอ้างอิงทางเทคนิค

ISRC, ISWC และ UPC/EAN — ความต่างระหว่างการระบุ "การบันทึกเสียง" "งานเพลง" และ "สินค้าที่วางจำหน่าย"

ตรวจทานเมื่อ 2026-09-07

ตอบสั้น ๆ ก่อน

ISRC ระบุ "การบันทึกเสียง" หนึ่งครั้ง — หนึ่งเทค หนึ่งมิกซ์ หนึ่งมาสเตอร์ — ยาว 12 อักขระ ประกอบด้วยรหัสประเทศ 2 ตัว รหัสผู้ลงทะเบียน 3 ตัว ปีอ้างอิง 2 หลัก และเลขกำกับ 5 หลัก ขีดกลางเป็นแค่ตัวช่วยอ่าน ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรหัส และ ISRC ไม่มีเลขตรวจสอบ (check digit) ISWC ระบุ "งานดนตรีกรรม" คือตัวเพลงที่ครูเพลงแต่งขึ้น ไม่ว่าจะมีคนเอาไปร้องใหม่กี่สิบเวอร์ชัน ทุกเวอร์ชันใช้ ISWC เดียวกันแต่มี ISRC คนละตัว UPC/EAN ระบุ "สินค้า" คือชุดที่คุณวางขาย ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิล อัลบั้ม หรือชุดรวมเพลง ถ้าคุณอัดเพลง "ค่าน้ำนม" ใหม่ในปี 2569 คุณกำลังสร้าง การบันทึกเสียงใหม่ (ISRC ใหม่) ของ งานเพลงเดิม (ISWC เดิมของครูไพบูลย์ บุตรขัน) แล้วเอาไปวางขายเป็น สินค้าใหม่ (UPC ใหม่) — สามชั้นนี้แยกกันคนละระบบ คนละกระแสเงิน และการกรอกสับสนระหว่างสามชั้นนี้คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ค่าลิขสิทธิ์ของศิลปินไทยค้างอยู่ในบัญชีพักของต่างประเทศโดยไม่มีใครมาเคลม


ทำไมเอกสารนี้เขียนขึ้นสำหรับคนทำเพลงในไทยโดยเฉพาะ

ตลาดเพลงไทยมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ระบบรหัสสามชั้นนี้ "แตก" ได้ง่ายกว่าตลาดอื่นในโลก คือ หนึ่งงานเพลงถูกบันทึกเสียงใหม่ซ้ำ ๆ ตลอดเวลา และซ้ำมากกว่าที่ใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เพลงลูกทุ่งคลาสสิกหนึ่งเพลงอาจถูกอัดใหม่โดยนักร้องหลายสิบคนข้ามหลายทศวรรษ ออกเป็นซิงเกิล ออกในชุดรวมฮิต ออกในเวอร์ชันบันทึกการแสดงสด ออกในเวอร์ชันคาราโอเกะ ออกในเวอร์ชันดนตรีล้วนสำหรับวงดนตรีงานวัด และในปีหนึ่ง ๆ อาจมีเวอร์ชันใหม่เพิ่มขึ้นอีกสิบกว่าเวอร์ชันจากช่องยูทูบของค่ายเล็กและวงหมอลำคณะต่าง ๆ

ระบบ ISRC/ISWC/UPC ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแบบนี้พอดี ปัญหาคือคนกรอกข้อมูลจำนวนมากไม่ได้ใช้มันตามที่มันถูกออกแบบ ผลลัพธ์ที่พบซ้ำ ๆ คือ

  • กรอกชื่อนักร้องหรือชื่อค่ายลงในช่อง "ผู้ประพันธ์" ทั้งที่คนแต่งคือครูเพลงอีกคนหนึ่งซึ่งมีชื่อชัดเจน
  • ติดป้ายเพลงของครูเพลงที่มีตัวตนว่า "Traditional" หรือ "เพลงพื้นบ้าน" เพราะฟังแล้วเหมือนเพลงเก่า
  • ใช้ ISRC เดิมกับเวอร์ชันคาราโอเกะ เพราะคิดว่า "เพลงเดียวกัน"
  • ออก ISRC ใหม่ให้มาสเตอร์เดิมที่แค่ย้ายค่าย ทำให้ประวัติสตรีมทั้งหมดหายไป

เอกสารนี้อธิบายทั้งกลไกทางเทคนิคและเคสไทยที่ทำให้กลไกนั้นพัง


สามรหัส สามสิ่ง

ISRC = การบันทึกเสียง

มาตรฐาน ISO 3901 มี IFPI เป็นหน่วยงานทะเบียนระดับสากล และมีหน่วยงานระดับชาติเป็นผู้จัดสรรรหัสในแต่ละประเทศ หนึ่งมาสเตอร์ = หนึ่ง ISRC ตลอดไป

เวอร์ชันสตูดิโอของ "อีสาวทรานซิสเตอร์" กับเวอร์ชันที่อัดสดบนเวทีงานกาชาดจังหวัด คือการบันทึกเสียงสองรายการ จึงต้องมี ISRC สองตัว แม้จะเป็นเพลงเดียวกัน นักร้องคนเดียวกัน และครูเพลงคนเดียวกัน

ISWC = งานดนตรีกรรม

มาตรฐาน ISO 15707 บริหารภายใต้ CISAC รูปแบบคือ T-123.456.789-C — ตัว T นำหน้า ตามด้วยตัวเลข 9 หลักและเลขตรวจสอบอีก 1 หลัก ตัวเลขในนั้นไม่ได้เข้ารหัสข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับภูมิภาค ผู้แต่ง หรือสำนักพิมพ์เพลง (ISO 15707)

ISWC ระบุ ตัวเพลงตามที่ถูกแต่งขึ้น — ยี่สิบการบันทึกเสียงของเพลงเดียวกันใช้ ISWC ตัวเดียว แต่มี ISRC ยี่สิบตัว คุณไม่ได้ขอ ISWC เอง แต่ได้มาเมื่อมีการจดทะเบียนงานผ่านองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์หรือสำนักพิมพ์เพลงของคุณ ในประเทศไทยเส้นทางหลักคือการจดทะเบียนงานกับ MCT (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อว่าด้วยองค์กรจัดเก็บด้านล่าง)

UPC/EAN = สินค้า

เป็น Global Trade Item Number (GTIN) ของ GS1 — รหัสสินค้าประเภทเดียวกับที่ติดอยู่บนขวดน้ำปลา มันระบุอัลบั้ม EP หรือซิงเกิล ในฐานะสินค้า ชุดรวม 3 เพลงมี UPC หนึ่งตัวและ ISRC สามตัว

ISRC คือเสียงที่อัดไว้ ISWC คือเพลงที่แต่งไว้ UPC คือกล่องที่เอาไปวางขาย — และทุกระบบจ่ายเงินที่คุณจะเจอในชีวิตการทำเพลง ล้วนขึ้นอยู่กับว่าคุณแยกสามอย่างนี้ออกหรือไม่

เศรษฐกิจ "คัฟเวอร์และอัดใหม่" ของเพลงลูกทุ่ง: หนึ่งงาน หลายบันทึกเสียง หลายสินค้า

นี่คือหัวใจของเอกสารนี้ ถ้าคุณอ่านหัวข้อเดียว ขอให้อ่านหัวข้อนี้กับหัวข้อถัดไป

ลองไล่โซ่ทั้งเส้น

สมมติเพลงลูกทุ่งคลาสสิกเพลงหนึ่ง แต่งคำร้องและทำนองโดยครูเพลงที่มีตัวตน มีชื่อ มีประวัติ มีวันเกิดวันตายบันทึกไว้ ตัวอย่างที่ตรวจสอบได้ชัดที่สุดคือ ครูไพบูลย์ บุตรขัน ผู้แต่ง "ค่าน้ำนม" "มนต์รักลูกทุ่ง" "กลิ่นโคลนสาบควาย" และ "มนต์เมืองเหนือ" ท่านเสียชีวิตเมื่อ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2515 สิริอายุ 56 ปี (คมชัดลึก; มติชน — รำลึก 100 ปีชาตกาล)

ทีนี้ไล่ดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพลงเพลงเดียวนี้ในระบบรหัส

ชั้นสิ่งที่เกิดขึ้นรหัส
งานเพลงครูเพลงแต่งคำร้อง+ทำนองISWC หนึ่งตัว ใช้ตลอดไป ทุกเวอร์ชัน ทุกยุค
บันทึกเสียง #1ต้นฉบับ อัดในสตูดิโอยุค 2510ISRC ตัวที่ 1
บันทึกเสียง #2นักร้องรุ่นถัดมาอัดใหม่ยุค 2530ISRC ตัวที่ 2
บันทึกเสียง #3เวอร์ชันบันทึกการแสดงสดบนเวทีวัดISRC ตัวที่ 3
บันทึกเสียง #4เวอร์ชันคาราโอเกะ/ดนตรีล้วนISRC ตัวที่ 4
บันทึกเสียง #5เวอร์ชันหมอลำซิ่งเรียบเรียงใหม่ISRC ตัวที่ 5
สินค้า Aซิงเกิลดิจิทัลของบันทึกเสียง #2UPC ตัวที่ 1
สินค้า Bชุดรวมฮิต 16 เพลง มีบันทึกเสียง #2 อยู่ในนั้นUPC ตัวที่ 2 (ISRC ยังเป็นตัวเดิม)
สินค้า Cอัลบั้มบันทึกการแสดงสด มีบันทึกเสียง #3UPC ตัวที่ 3
สินค้า Dชุดคาราโอเกะ มีบันทึกเสียง #4UPC ตัวที่ 4

สังเกตสองอย่าง

หนึ่ง — ISWC ไม่เคยเปลี่ยน ต่อให้มีนักร้องอีกห้าสิบคนมาอัดต่อในอีกห้าสิบปี ค่าลิขสิทธิ์ฝั่งงานเพลงยังต้องไหลกลับไปหาทายาทหรือผู้รับสิทธิ์ของครูเพลงคนเดิม นั่นคือหน้าที่ของ ISWC และของการเชื่อมโยง ISRC↔ISWC ในฐานข้อมูลขององค์กรจัดเก็บ

สอง — ISRC เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการบันทึกเสียงใหม่ และ ISRC คือกุญแจของเงินอีกฝั่งหนึ่ง คือฝั่งเจ้าของมาสเตอร์และนักร้อง/นักดนตรีที่แสดง เงินสองฝั่งนี้เดินคนละท่อ คนละตาราง คนละองค์กร

ความผิดพลาดประจำ: กรอกชื่อนักร้องหรือชื่อค่ายเป็น "ผู้ประพันธ์"

นี่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในเมทาดาทาเพลงไทยที่ส่งขึ้นแพลตฟอร์มสากล และเกิดจากความสับสนระหว่างสองชั้นตรง ๆ

ในระบบส่งข้อมูล ช่อง Composer / Lyricist / Writer หมายถึง คนที่แต่งงานดนตรีกรรม ไม่ใช่คนร้อง ไม่ใช่คนเรียบเรียง ไม่ใช่โปรดิวเซอร์ และไม่ใช่บริษัทที่ออกแผ่น ถ้าคุณอัดเพลงของครูเพลงใหม่แล้วกรอกชื่อนักร้องของคุณเป็น Composer ผลที่ตามมามีสามอย่างพร้อมกัน

  1. ระบบจับคู่งานเพลงล้มเหลว เพราะฐานข้อมูลของ CISAC มีเพลงนั้นจดไว้ในชื่อครูเพลงจริงอยู่แล้ว ข้อมูลของคุณจึงกลายเป็นงานที่ขัดแย้งกัน (conflicting claim) หรือกลายเป็นงานใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก
  2. ค่าลิขสิทธิ์ฝั่งงานเพลงค้าง ไม่ได้ตกกับคุณ และไม่ได้ตกกับทายาทครูเพลงด้วย มันค้างอยู่เฉย ๆ
  3. มันคือการอ้างสิทธิ์ในงานที่ไม่ใช่ของคุณ ซึ่งเป็นเรื่องกฎหมาย ไม่ใช่แค่เรื่องเมทาดาทา

วิธีทำให้ถูก: แยกช่องให้ครบ — ผู้ประพันธ์คำร้อง และ ผู้ประพันธ์ทำนอง ใส่ชื่อครูเพลง; ศิลปินหลัก (Main Artist) ใส่ชื่อนักร้องของคุณ; ผู้เรียบเรียง (Arranger) ใส่ชื่อคนเรียบเรียงเวอร์ชันนี้; เจ้าของสิทธิ์ในสิ่งบันทึกเสียง (℗ line) ใส่ชื่อค่ายหรือชื่อคุณเอง; เจ้าของลิขสิทธิ์งานเพลง (©) เป็นคนละบรรทัดกับ ℗ เสมอ

และก่อนออกเวอร์ชันคัฟเวอร์เชิงพาณิชย์ ให้เคลียร์สิทธิ์งานเพลงกับผู้ถือสิทธิ์หรือองค์กรจัดเก็บก่อน — เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเมทาดาทา แต่การกรอกเมทาดาทาให้ถูกจะทำให้เห็นทันทีว่าต้องไปเคลียร์กับใคร

ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คิด

เพราะระบบไม่แจ้งเตือน คุณส่งเพลงขึ้นแพลตฟอร์ม เพลงขึ้นปกติ ยอดสตรีมวิ่ง แดชบอร์ดโชว์ตัวเลข ทุกอย่างดูเรียบร้อย เงินฝั่งมาสเตอร์เข้าบัญชีคุณตามปกติด้วยซ้ำ สิ่งที่ไม่เกิดขึ้นคือเงินฝั่งงานเพลง ซึ่งไม่มีใครส่งใบแจ้งมาบอกว่าไม่เกิด

ค่าลิขสิทธิ์ที่จับคู่ไม่ได้ยังไม่ใช่เงินที่หายไป แต่มันจะกลายเป็นเงินที่หายไปตามกำหนดเวลา และไม่มีใครส่งข้อความมาเตือนคุณ

"เพลงพื้นบ้าน" ที่ไม่ใช่เพลงพื้นบ้าน — เรื่องที่มีค่าที่สุดในเอกสารนี้

ถ้ามีอะไรที่คนออกเพลงในไทยควรได้จากหน้านี้เพียงเรื่องเดียว คือเรื่องนี้

ในฟอร์มส่งเพลงทุกเจ้ามีตัวเลือก Traditional หรือ Public Domain หรือ เพลงพื้นบ้าน ในช่องผู้ประพันธ์ และมันถูกใช้ผิดในเพลงไทยมากเป็นพิเศษ เพราะเพลงไทยจำนวนมากที่ ฟังดูเก่า กลับ มีผู้แต่งที่มีชื่อและมีหลักฐาน

สองกลุ่มที่ต้องแยกให้ขาด

กลุ่มที่ "Traditional" ถูกต้องจริง — เพลงพื้นบ้านที่ไม่ปรากฏผู้แต่ง

เพลงฉ่อย เพลงเรือ เพลงอีแซว ลำตัด เพลงเกี่ยวข้าว เพลงกล่อมเด็กประจำถิ่น เพลงประกอบการละเล่นพื้นบ้าน — งานเหล่านี้เกิดขึ้นในกระบวนการมุขปาฐะ ถ่ายทอดปากต่อปาก ไม่มีผู้ประพันธ์ที่ระบุตัวได้ ทำนองมีหลายสำนวนแล้วแต่ถิ่น และมักจะด้นสด (improvise) คำร้องกันสด ๆ บนเวที กรณีแบบนี้การเขียนว่า "Traditional" ในช่องผู้ประพันธ์ทำนองเป็นเรื่องซื่อตรง

แต่ระวังจุดสำคัญ: ถ้าคุณเขียนคำร้องใหม่ทั้งชุดลงบนทำนองพื้นบ้าน คำร้องนั้นเป็นงานของคุณ และถ้าคุณเรียบเรียงเป็นการเรียบเรียงที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์ การเรียบเรียงนั้นก็มีสถานะของมัน เมทาดาทาที่ถูกต้องคือ ทำนอง: Traditional / คำร้อง: ชื่อคุณ / เรียบเรียง: ชื่อคุณ ไม่ใช่ปัดทั้งเพลงเป็น Traditional แล้วทิ้งงานตัวเอง

กลุ่มที่ "Traditional" เป็นความเท็จ — งานของครูเพลงที่แต่งด้วยสำนวนพื้นบ้าน

นี่คือกับดัก เพลงลูกทุ่งยุคคลาสสิก เพลงลูกกรุงที่ใช้ทำนองอิงเพลงไทยเดิม เพลงหมอลำที่ครูกลอนลำแต่งขึ้นใหม่ เพลงประกอบละครที่แต่งเลียนสำนวนโบราณ — ทั้งหมดนี้ ฟังดูเป็นของเก่า แต่มีผู้ประพันธ์ที่มีชื่อ มีวันเกิด มีวันตาย และมีทายาทที่ยังถือสิทธิ์อยู่

"ค่าน้ำนม" ไม่ใช่เพลงพื้นบ้าน มันคือเพลงที่ครูไพบูลย์ บุตรขัน แต่ง "มนต์รักลูกทุ่ง" ก็เช่นกัน ทั้งสองเพลงถูกอัดใหม่มาแล้วนับไม่ถ้วน ร้องกันทุกวันแม่ ทุกงานประกวด ทุกห้องคาราโอเกะ และทุกครั้งที่มีคนติดป้ายมันว่า Traditional ระบบจะหยุดจ่ายเงินฝั่งงานเพลงให้ผู้ถือสิทธิ์ที่แท้จริง

วิธีตรวจสอบก่อนติดป้าย Traditional

ใช้เกณฑ์นี้ตามลำดับ ถ้าตอบ "ใช่" ข้อไหน แปลว่า ห้ามใส่ Traditional

  1. เพลงนี้มีชื่อผู้แต่งปรากฏบนปกแผ่นเสียง ปกเทป หรือบนหน้าปกโน้ตเพลงฉบับใดฉบับหนึ่งหรือไม่
  2. มีบทความ สารานุกรม หรือหนังสือประวัติครูเพลงที่ระบุชื่อผู้แต่งหรือไม่
  3. เพลงนี้ปรากฏในฐานข้อมูลงานของ MCT หรือขององค์กรจัดเก็บต่างประเทศหรือไม่
  4. เพลงนี้เคยประกอบภาพยนตร์หรือละครที่มีเครดิตผู้แต่งหรือไม่
  5. มีทายาทหรือมูลนิธิที่ประกาศตัวเป็นผู้ถือสิทธิ์หรือไม่

ถ้าค้นแล้วไม่เจอเลย ให้บันทึกไว้ว่าคุณค้นอะไรไปบ้างและเมื่อไร แล้วค่อยใส่ Traditional พร้อมหมายเหตุ — ไม่ใช่เพราะระบบขอ แต่เพราะถ้ามีคนมาเคลมทีหลัง คุณจะมีหลักฐานว่าคุณค้นมาแล้วโดยสุจริต

เรื่องอายุการคุ้มครอง: อย่าเดา

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 19 กำหนดว่าลิขสิทธิ์ในงานทั่วไปมีอยู่ ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ส่วนมาตรา 21 กำหนดแยกไว้สำหรับงานอีกชุดหนึ่งว่า "ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ให้มีอยู่ห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น" และถ้ามีการโฆษณางานในระหว่างนั้น ให้นับห้าสิบปีจากการโฆษณาครั้งแรก (พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ฉบับภาษาอังกฤษ กรมทรัพย์สินทางปัญญา) มาตรา 20 ครอบคลุมงานที่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์หรือใช้นามแฝง โดยให้ห้าสิบปีนับแต่สร้างสรรค์ (หรือแต่การโฆษณาถ้าโฆษณาภายในกำหนดนั้น) และถ้าภายหลังรู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ให้กลับไปใช้มาตรา 19

สิ่งที่ควรอ่านจากมาตรา 21 ให้ชัดคือ งานเพลงกับสิ่งบันทึกเสียงเดินคนละนาฬิกา เพลงของครูเพลงคนหนึ่งอาจยังอยู่ในอายุคุ้มครองในขณะที่แผ่นเสียงบางแผ่นพ้นแล้ว หรือกลับกัน การพ้นอายุของอย่างหนึ่งไม่ได้แปลว่าอีกอย่างพ้นด้วย

และที่สำคัญที่สุด: การจะรู้ว่างานของครูเพลงคนหนึ่งยังอยู่ในอายุคุ้มครองหรือไม่ ต้องรู้ปีที่ท่านเสียชีวิต ไม่ใช่ปีที่เพลงออก ไม่ใช่ความรู้สึกว่า "เพลงมันเก่ามากแล้ว" เอกสารนี้ไม่ระบุสถานะของเพลงใดเพลงหนึ่งว่าพ้นอายุแล้วหรือยัง เพราะนั่นต้องตรวจเป็นราย ๆ จากวันถึงแก่กรรมที่มีหลักฐาน และในหลายกรณีก็ยังต้องดูเรื่องการโอนสิทธิ์และการรับมรดกประกอบด้วย

"เก่า" ไม่เท่ากับ "ไม่มีเจ้าของ" และ "ฟังดูเป็นเพลงพื้นบ้าน" ไม่เท่ากับ "เป็นเพลงพื้นบ้าน"

เพลงไทยเดิมและวงปี่พาทย์: เมื่อ "ครู" และ "ทาง" คือผู้ประพันธ์จริง

เพลงไทยเดิมเป็นอีกจุดที่ป้าย Traditional ถูกใช้ผิดอย่างเป็นระบบ เพราะดนตรีไทยเดิมมีสถาปัตยกรรมของการประพันธ์ที่ไม่เหมือนเพลงป็อป และคนกรอกฟอร์มมักไม่รู้ว่าจะวางมันลงในช่องไหน

หนึ่ง — เพลงไทยเดิมจำนวนมากมีผู้ประพันธ์ที่ระบุตัวได้

"เขมรไทรโยค" เป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดยทรงนำทำนอง "เพลงเขมรกล่อมลูก สองชั้น" มาเป็นฐาน (ศิลปวัฒนธรรม) — สังเกตชั้นเชิงตรงนี้ให้ดี: ทำนองฐานเป็นของเก่าที่ไม่ปรากฏผู้แต่ง แต่ตัวเพลงที่เรารู้จักกันในชื่อ "เขมรไทรโยค" เป็นงานที่มีผู้ประพันธ์ชัดเจน การติดป้ายทั้งเพลงว่า Traditional จึงลบผู้ประพันธ์ที่มีตัวตนออกไป

"ลาวดวงเดือน" เป็นพระนิพนธ์ในกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม สันนิษฐานว่าราวปี พ.ศ. 2450–2452 (ศิลปวัฒนธรรม) — เพลงนี้ถูกเรียบเรียงและร้องใหม่ในสำนวนลูกกรุง สำนวนป็อป สำนวนแจ๊ส และสำนวนออร์เคสตรามานับไม่ถ้วน แต่ละครั้งคือ ISRC ใหม่ ทุกครั้งคือ ISWC เดิม

สอง — "ทาง" คืองานสร้างสรรค์อีกชั้นหนึ่ง

ในดนตรีไทย เพลงหนึ่งเพลงมีทำนองหลักที่เรียกว่าลูกฆ้อง แล้วแต่ละสำนัก แต่ละครู จะมี "ทาง" ของตน คือวิธีแปรทำนองสำหรับเครื่องแต่ละชิ้น — ทางระนาดเอก ทางฆ้องวงใหญ่ ทางปี่ใน ทางซอด้วง ทางขลุ่ย — และ "ทาง" ของสำนักหนึ่งกับอีกสำนักหนึ่งฟังไม่เหมือนกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่การเล่นผิดเพี้ยน

สำหรับระบบเมทาดาทา นี่แปลว่า

  • ตัวเพลง (เช่น เพลงเถาชื่อหนึ่ง) → ISWC / ช่องผู้ประพันธ์ = ชื่อครูผู้แต่งเพลงนั้น ถ้ามีการบันทึกไว้
  • "ทาง" ที่ใช้บันทึกเสียงครั้งนี้ → ช่องผู้เรียบเรียง (Arranger) และควรระบุสำนัก/ครูเจ้าของทางในหมายเหตุ
  • การบรรเลงครั้งนี้ → ISRC ใหม่หนึ่งตัว

วงปี่พาทย์วงหนึ่งบันทึกเพลงเถาเพลงเดียวกันสองครั้งด้วยทางคนละสำนัก คือการบันทึกเสียงสองรายการ สองไอเอสอาร์ซี ไม่ใช่ "เทคสอง" ของอันเดียวกัน

สาม — วงมโหรี เครื่องสาย และการบรรเลงเดี่ยว

การเดี่ยวระนาดเอกในเพลงเดี่ยวเพลงหนึ่ง ถ้าเป็นทางเดี่ยวที่ครูท่านหนึ่งประดิษฐ์ขึ้น ทางเดี่ยวนั้นมีผู้ประดิษฐ์ที่ระบุได้ในหลายกรณี อย่าปัดเป็น Traditional ทั้งดุ้นเพียงเพราะเพลงหลักเป็นเพลงเก่า


โครงสร้าง ISRC ทีละอักขระ และหน่วยงานในประเทศไทย

สิบสองอักขระ สี่ส่วน IFPI อธิบายว่าเป็น prefix ห้าอักขระ (ตัวอักษรสองตัวบวกอักขระอีกสามตัว) แล้วตามด้วยปีอ้างอิงสองหลัก แล้วเลขกำกับห้าหลัก (IFPI — ISRC structure) เขียนให้อ่านง่ายคือ CC-XXX-YY-NNNNN

ส่วนความยาวเนื้อหา
รหัสประเทศ2ตัวอักษร ระบุประเทศของหน่วยงานที่จัดสรร prefix
รหัสผู้ลงทะเบียน3ตัวเลข/ตัวอักษร ระบุองค์กรที่ออกรหัส
ปีอ้างอิง2ตัวเลข สองหลักท้ายของปีที่ ออกรหัส
เลขกำกับ5ตัวเลข ลำดับที่ผู้ลงทะเบียนกำหนดในปีนั้น

รหัส TH และ TECA

รหัสประเทศ TH ในระบบ ISRC ถูกจัดสรรให้ TECA (Thai Entertainment Content Trade Association) ตามรายการอักขระที่ใช้ได้ใน ISRC prefix ที่ IFPI เผยแพร่ ซึ่งระบุว่า TH = "TECA Thailand" (IFPI — Valid Characters in the ISRC Prefix, PDF) และหน้ารายชื่อหน่วยงาน ISRC ระดับชาติของ IFPI ระบุ TECA เป็นผู้ติดต่อสำหรับประเทศไทย พร้อมที่อยู่ในกรุงเทพฯ (IFPI — ISRC Agency Contacts)

หน้าเดียวกันของ IFPI ระบุด้วยว่า "If you are based in a country which is not mentioned in the lists above, please apply for your ISRC Prefix code through the International ISRC Agency" — แต่กรณีของไทยไม่เข้าข้อนี้ เพราะมีหน่วยงานระดับชาติอยู่แล้ว

ข้อควรระวังในทางปฏิบัติ: เพลงไทยจำนวนมากที่ปล่อยผ่านดิสทริบิวเตอร์สากลจะได้ ISRC ที่ขึ้นต้นด้วย QZ หรือ QM ไม่ใช่ TH นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด — QM และ QZ ถูกจัดสรรให้ RIAA สหรัฐฯ ตามเอกสารเดียวกันของ IFPI และดิสทริบิวเตอร์ที่เป็น ISRC Manager ที่ได้รับอนุมัติจะออกรหัสภายใต้ prefix ของตน ISRC ที่ขึ้นต้นด้วย QZ บนเพลงลูกทุ่งที่อัดในกรุงเทพฯ ยังคงเป็น ISRC ที่ถูกต้องสมบูรณ์ รหัสประเทศบอกว่า ใครออกรหัส ไม่ได้บอกว่า อัดที่ไหน

สิ่งที่เป็นความผิดพลาดจริงคือรหัสที่ไม่มีการจัดสรรรองรับเลย — สร้างขึ้นเองโดยบริการที่ไม่ได้เป็นผู้ลงทะเบียน สิ่งนั้นไม่ใช่ ISRC แต่เป็นสตริงสิบสองตัวที่รอวันชนกับรหัสของคนอื่น

ขีดกลางเป็นแค่การแสดงผล

คู่มือ ISRC ระบุชัดว่า "The letters 'ISRC' (the space) and the hyphens do not form part of the ISRC" (§5) — TH-A01-25-00147 กับ THA012500147 คือรหัสเดียวกัน เก็บในฐานข้อมูลเป็นสิบสองอักขระเสมอ เพราะสเปกการส่งข้อมูลต้องการแบบไม่มีเครื่องหมายวรรคตอน และการยัดสตริงที่มีขีดลงในฟิลด์ขนาดสิบสองอักขระคือ validation error ที่หลีกเลี่ยงได้

ไม่มีเลขตรวจสอบ — และนี่คือเหตุผลที่ต้องหวาดระแวง

UPC มีเลขตรวจสอบ ISWC มีเลขตรวจสอบ ISRC ไม่มี ไม่มีอะไรในมาตรฐานรองรับเรื่องนี้ และไม่มีเครื่องมือใดบอกได้ว่า ISRC ที่รูปแบบถูกต้องนั้นเป็น ISRC ที่ถูกตัว สำหรับการบันทึกเสียงของคุณ สิ่งที่ตรวจได้ด้วยเครื่องมีแค่รูปทรง: ตัวอักษรสองตัว อักขระสามตัว ตัวเลขสองหลัก ตัวเลขห้าหลัก รหัสประเทศที่มีอยู่จริง และปีที่เป็นไปได้

ISRC ไม่มีเลขตรวจสอบ แปลว่าอักขระที่สลับตำแหน่งเพียงตัวเดียวก็ยังให้ ISRC ที่ดูถูกต้องสมบูรณ์ — เพียงแต่มันเป็นรหัสของการบันทึกเสียงของคนอื่น

ความไม่สมมาตรตรงนี้คือเหตุผลที่การกรอก ISRC ต้องระวังมากกว่าการกรอก UPC: UPC ที่พิมพ์ผิดมักจะตกที่เลขตรวจสอบของมันเอง ส่วน ISRC ที่พิมพ์ผิดจะผ่านฉลุย

ปีอ้างอิงไม่ใช่ปีที่อัด และไม่ใช่ปีที่ปล่อย

IFPI นิยามว่าเป็นปีที่ ออกรหัส — สองหลักท้ายของปีนั้น และระบุตรง ๆ ว่า "the year in which the ISRC is assigned may be a different year from the year of recording" หน้าที่ของมันคือการแบ่งพื้นที่รหัสใหม่ทุกปีปฏิทิน เพื่อไม่ให้รหัสที่เคยออกไปแล้วถูกนำกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่ตั้งใจ (IFPI — ISRC structure)

เรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษกับแคตตาล็อกลูกทุ่งเก่า: ถ้าคุณกำลังนำมาสเตอร์ยุค 2520 ขึ้นสตรีมมิงในปี 2569 และเพิ่งขอ ISRC ในปี 2568 ปีอ้างอิงคือ 25 ไม่ใช่ 20 หรืออะไรก็ตามที่ตรงกับปีที่อัด อย่า "แก้ให้ถูก" และอย่าอ่านปีที่อัดออกจาก ISRC เด็ดขาด ปีที่อัดเป็นเมทาดาทาแยกต่างหาก


เมื่อไรต้องออก ISRC ใหม่ และเมื่อไรห้ามออก

หลักการอยู่ในคู่มือ ISRC สองประโยค: "A recording with an ISRC that has not undergone material change since an ISRC was assigned shall not be assigned another ISRC" (§4.3) และ "An ISRC that has been assigned to a recording shall never be re-assigned to another different recording" (§A.3)

สองประโยคนี้ชี้คนละทาง และเมื่อรวมกันคือกฎทั้งหมด: หนึ่งบันทึกเสียง หนึ่งรหัส ตลอดไป — และหนึ่งรหัส หนึ่งบันทึกเสียง ตลอดไป

ต้องออก ISRC ใหม่

  • รีมิกซ์"A remixed version of a recording will differ from the original and hence it shall be assigned a new ISRC" (§A.9.8)
  • เวอร์ชันตัดต่อ"A version that is edited, for example to mute or replace profanities, shall be assigned a new ISRC" (§A.9.4) ครอบคลุมเวอร์ชันวิทยุ เวอร์ชันเซ็นเซอร์คำหยาบ และเวอร์ชันตัดสั้น
  • เวอร์ชันแสดงสด"The live recording is completely different from the studio version and a new ISRC is required" (§A.9.1)
  • เวอร์ชันดนตรีล้วน อะแคปเปลลา หรือเวอร์ชันที่ตัดบางสเต็มออก"A version of a track where the vocal (or other element) has been suppressed shall also be assigned a new ISRC if it is intended for release" (§A.9.14)
  • ความยาวเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ — คู่มือถือว่าการเปลี่ยนความยาวที่กระทบเนื้อหาสร้างสรรค์เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ และระบุเกณฑ์การเปลี่ยนความยาวเชิงเทคนิคที่เกิน 10 วินาที (§A.10.2) ส่วน FAQ ของ IFPI ระบุเกณฑ์เดียวกันว่า "changes in playing time which exceed 10 seconds" (IFPI FAQ)

รีมาสเตอร์: แคบกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจมาก

นี่คือจุดที่คำแนะนำบนอินเทอร์เน็ตผิดกันเป็นส่วนใหญ่ อย่าเขียนหรือเชื่อว่า "รีมาสเตอร์ต้องออก ISRC ใหม่เสมอ" เพราะคู่มือ ISRC ของ IFPI §A.10.1 ผูกเงื่อนไขไว้แคบกว่านั้น:

"A new ISRC shall be assigned if (and only if) the processes applied to a recording during re-mastering involve the application of creative input to the recording itself."

และคู่มือระบุชัดว่ากระบวนการต่อไปนี้ ไม่ ทำให้ต้องออกรหัสใหม่ ได้แก่ การเปลี่ยนระดับเสียงเฉย ๆ, EQ ที่คงที่ตลอดทั้งเพลง (invariant EQ), การบีบอัดที่คงที่ (invariant compression), การลดนอยส์ (de-noising), การกำจัดเสียงแตกป๊อก (de-clicking), การแก้ความเร็ว/พิตช์, การเปลี่ยนอัตราสุ่ม (sample-rate change) และการทำ dithering โดยคู่มือสรุปว่า "A new ISRC shall not be assigned in the context of essentially invariant or technological adjustment processes."

เรื่องนี้ตรงกับงานจริงในไทยมาก เพราะการนำแคตตาล็อกลูกทุ่งและลูกกรุงเก่าจากเทปคาสเซ็ตต์หรือแผ่นครั่งขึ้นสตรีมมิง ส่วนใหญ่คือการทำความสะอาดเชิงเทคนิค — ลดฮิสส์ ลบเสียงแตก ปรับระดับให้สม่ำเสมอ แปลงอัตราสุ่ม — ซึ่งตามตัวบทของคู่มือแล้ว ไม่ใช่ เหตุให้ออกรหัสใหม่ ถ้าคุณเคยออก ISRC ให้มาสเตอร์นั้นไปแล้ว ให้ใช้รหัสเดิม

ข้อยกเว้นเชิงปฏิบัติที่พูดได้อย่างปลอดภัย: ถ้าเวอร์ชันรีมาสเตอร์ถูกวางขายเป็นแทร็กแยกคู่ขนานไปกับต้นฉบับ มันคือสินค้าคนละรายการและต้องมีรหัสของตัวเอง เพราะตอนนั้นผู้ฟังเลือกได้ระหว่างสองไฟล์ที่ต่างกัน

ไม่ต้องออก ISRC ใหม่

  • ปล่อยมาสเตอร์เดิมซ้ำ ปกใหม่ ดิสทริบิวเตอร์ใหม่ อาณาเขตใหม่ หรือวันวางจำหน่ายใหม่ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตัวบันทึกเสียง ISRC คงเดิม
  • เปลี่ยนเจ้าของสิทธิ์ในบันทึกเสียงที่ไม่ได้แก้ไข"If the original Registrant sells or licenses the recording in unchanged form after it has been given an ISRC, no new ISRC shall be assigned and the ISRC for the recording shall remain the same" (§4.6)
  • มี UPC ใหม่ ชุดรวมฮิตมี UPC ของตัวเอง แต่เพลงในนั้นใช้ ISRC เดิมทุกเพลง

กรณีไม่สมมาตรที่ควรรู้: FAQ ของ IFPI ระบุว่า "if a recording did not have an ISRC originally, has changed ownership, and is being released unchanged by the current rights holder, a new ISRC should be assigned" — กฎรักษารหัสที่มีอยู่ ไม่ได้สร้างสายเลือดให้วัสดุเก่าที่ไม่เคยมีรหัสมาก่อน ซึ่งเป็นสถานการณ์ปกติของแคตตาล็อกไทยยุคก่อนปี 2540

กฎตัดสินใจข้อเดียว

ถามตัวเองว่า ผู้ฟังจะได้ยินไฟล์เสียงคนละไฟล์หรือไม่

ถ้าใช่ — คนละการแสดง คนละมิกซ์ คนละความยาว คนละเนื้อหา — คือคนละบันทึกเสียง ต้องมี ISRC ใหม่ ถ้าไม่ใช่ — บิตเหมือนเดิมทุกประการ เปลี่ยนแค่ปก ราคา อาณาเขต หรือดิสทริบิวเตอร์ — ใช้ ISRC เดิม

แล้วเช็คความปลอดภัยอีกชั้น: ห้ามให้ ISRC ตัวเดียวชี้ไปที่ไฟล์เสียงสองไฟล์เด็ดขาด ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงมีนัยสำคัญหรือไม่ การออกรหัสใหม่ให้เวอร์ชันที่ต่างจริงยังพอแก้ได้ แต่การใช้รหัสซ้ำข้ามสองบันทึกเสียงแก้ไม่ได้ เพราะมันไปทำให้ฐานข้อมูลปลายทางทุกแห่งที่ดูดข้อมูลของคุณเข้าไปเสียหาย และคุณเรียกคืนไม่ได้


ตลาดคาราโอเกะ: กฎสองข้อที่ต้องแยกให้ขาด

ตลาดคาราโอเกะไทยใหญ่และเก่าแก่พอที่จะเป็นระบบนิเวศของตัวเอง — ตั้งแต่ยุคเลเซอร์ดิสก์ วีซีดี มิดี้ในตู้เพลงหยอดเหรียญ มาจนถึงช่องยูทูบคาราโอเกะและแอปร้องเพลงในโทรศัพท์ และมันสร้างความสับสนสองแบบซึ่งเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

กฎข้อที่ 1 — เวอร์ชันคาราโอเกะ/ดนตรีล้วน คือการบันทึกเสียงใหม่ ต้องมี ISRC ของตัวเอง

ไม่ว่าคุณจะได้เวอร์ชันดนตรีล้วนมาด้วยวิธีใด — มิกซ์ใหม่โดยปิดแทร็กร้อง ใช้สเต็มแยก บรรเลงใหม่ทั้งเพลง หรือทำเป็นมิดี้ — สิ่งที่ได้คือไฟล์เสียงที่ผู้ฟังได้ยินไม่เหมือนต้นฉบับ คู่มือ ISRC §A.9.14 ครอบคลุมกรณีนี้ตรง ๆ: เวอร์ชันที่กลบเสียงร้องหรือองค์ประกอบอื่นออก ต้องได้รับ ISRC ใหม่ถ้าตั้งใจจะเผยแพร่

ดังนั้นชุดคาราโอเกะ 20 เพลงที่ทำจากมาสเตอร์ 20 เพลงของคุณเอง คือการบันทึกเสียง 20 รายการใหม่ ต้องขอ ISRC เพิ่มอีก 20 ตัว และวางขายภายใต้ UPC ใหม่หนึ่งตัว

ถ้าเวอร์ชันคาราโอเกะเป็นการบรรเลงใหม่ทั้งหมด (ไม่ได้ใช้มาสเตอร์เดิมเลย) ยิ่งชัดว่าเป็นบันทึกเสียงใหม่ และในกรณีนั้นคุณเป็นเจ้าของสิทธิ์ในสิ่งบันทึกเสียงนั้นเอง — แต่ งานเพลงยังเป็นของครูเพลงคนเดิมอยู่ดี ISWC ไม่เปลี่ยน และคุณยังต้องเคลียร์สิทธิ์งานเพลง

กฎข้อที่ 2 — อัปโหลดมาสเตอร์เดิมซ้ำภายใต้ชื่อใหม่ ไม่ใช่การบันทึกเสียงใหม่

นี่คืออีกด้านของเหรียญ และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากในช่องยูทูบและในการส่งเพลงเข้าดิสทริบิวเตอร์: เอาไฟล์เดิมเป๊ะ ๆ ตั้งชื่อใหม่ ("เวอร์ชันเต็ม", "เวอร์ชันปี 2569", "Remaster") แล้วส่งเป็นแทร็กใหม่พร้อม ISRC ใหม่

ไฟล์เสียงไม่ได้เปลี่ยน ผู้ฟังได้ยินสิ่งเดียวกัน นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญตาม §4.3 และการออกรหัสใหม่ในกรณีนี้ทำให้คุณเสียของสามอย่างพร้อมกัน: ประวัติยอดสตรีมที่สะสมมา สถานะในเพลย์ลิสต์ที่ผูกกับรหัสเดิม และการจดทะเบียนกับองค์กรจัดเก็บที่ทำไว้แล้วภายใต้รหัสเดิม ในสายตาอุตสาหกรรม คุณเพิ่งปล่อยเพลงใหม่เอี่ยมที่มีประวัติเป็นศูนย์

เส้นแบ่งที่ใช้ได้จริง: ถ้าคุณเปิดสองไฟล์เทียบกันแล้วคลื่นเสียงต่างกันเพราะมีคนตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์บางอย่าง — มันคือบันทึกเสียงใหม่ ถ้ามันต่างกันเพราะแค่ระดับเสียงหรือการแปลงฟอร์แมต หรือไม่ต่างเลย — มันคืออันเดิม


เศรษฐกิจเวทีคอนเสิร์ตและคณะหมอลำ: เพลงเดียวกัน บันทึกสดที่ร้อยเวที

วงดนตรีลูกทุ่งและคณะหมอลำในไทยทำงานแบบทัวร์ยาว เล่นเพลงชุดเดิมข้ามจังหวัดตลอดฤดูกาล และในยุคนี้แทบทุกงานถูกบันทึกวิดีโอและเสียง แล้วอัปขึ้นช่องของคณะหรือของผู้จัดงาน

ในเชิงระบบรหัส สถานการณ์นี้ตรงไปตรงมาแต่คนทำมักทำผิด:

การบันทึกการแสดงสดแต่ละงาน = การบันทึกเสียงแยกรายการ = ISRC แยกตัว

คณะหมอลำที่บันทึกเพลงเดียวกันที่งานบุญบั้งไฟที่ยโสธร ที่งานประจำปีที่ขอนแก่น และที่ลานเบียร์ในกรุงเทพฯ กำลังสร้างการบันทึกเสียงสามรายการ ไม่ใช่หนึ่งรายการที่มีสามไฟล์ ถ้าคุณจะเผยแพร่เชิงพาณิชย์ทั้งสาม ต้องมี ISRC สามตัว

ถ้าคุณเผยแพร่แค่หนึ่งในสาม ก็ขอแค่ตัวเดียว — ไม่ต้องขอ ISRC ให้ทุกไฟล์ที่นอนอยู่ในฮาร์ดดิสก์ ISRC มีไว้สำหรับสิ่งที่ถูกเผยแพร่

และประเด็นที่มักถูกลืม: การบันทึกการแสดงสดของเพลงคนอื่นก็ยังต้องกรอกชื่อครูเพลงในช่องผู้ประพันธ์ การเป็นการแสดงสดของคณะคุณไม่ได้ทำให้เพลงกลายเป็นของคณะคุณ นี่คือจุดที่การบันทึกเวทีอีสานจำนวนมหาศาลบนแพลตฟอร์มมีเมทาดาทาผิด — เครดิตผู้ประพันธ์เป็นชื่อคณะหรือชื่อหัวหน้าวง แทนที่จะเป็นชื่อครูกลอนลำหรือครูเพลงที่แต่งจริง

เมดเลย์และการร้องต่อเนื่อง: ถ้าไฟล์หนึ่งไฟล์มีหลายเพลงต่อกันเป็นเมดเลย์ ไฟล์นั้นคือหนึ่งบันทึกเสียง (หนึ่ง ISRC) แต่ต้องเชื่อมโยงกับ หลาย ISWC — คือทุกงานเพลงที่ปรากฏในเมดเลย์ ระบบรองรับความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหลายตรงนี้ได้ แต่ต้องกรอกให้ครบ ไม่ใช่กรอกแค่เพลงแรก


UPC / EAN: รหัสสินค้า และเรื่องที่คนไทยต้องรู้เป็นพิเศษ

UPC-A มี 12 หลัก EAN-13 มี 13 หลัก ทั้งคู่คือ GTIN ของ GS1 — GTIN-12 และ GTIN-13 — โครงสร้างเดียวกัน: GS1 company prefix, item reference ที่เจ้าของแบรนด์กำหนดเอง และเลขตรวจสอบหนึ่งหลักในตำแหน่งขวาสุด

UPC ระบุ สินค้า คือชุดนี้ ฟอร์แมตนี้ อัลบั้มดิจิทัล ซีดี และแผ่นเสียงของงานเดียวกันคือสามสินค้า ปกติจึงมีสาม UPC ซิงเกิลมี UPC ของตัวเอง และเมื่อเพลงนั้นไปอยู่ในอัลบั้มภายหลัง มันคง ISRC เดิมไว้ ในขณะที่อัลบั้มมี UPC ของอัลบั้มเอง

เรื่องที่คนไทยต้องรู้: prefix 885 และเหตุที่คุณอาจไม่มี UPC-A เลย

GS1 จัดสรร prefix 885 ให้ GS1 Thailand ตามตารางรายการ prefix ที่ GS1 เผยแพร่ ซึ่งระบุแถวว่า "885 | GS1 Thailand" (GS1 — GS1 Company Prefix)

หน้าเดียวกันนี้ระบุคำเตือนที่สำคัญมากและมักถูกเข้าใจผิด:

"GS1 Prefixes do not identify the country of origin for a given product."

แปลว่า บาร์โค้ดที่ขึ้นต้นด้วย 885 ไม่ได้แปลว่าสินค้าผลิตในไทย และอัลบั้มไทยที่มี UPC ขึ้นต้นด้วย 0 ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ใช่ของไทย มันบอกแค่ว่าองค์กรสมาชิก GS1 แห่งใดเป็นผู้ออกเลขบริษัทให้ ถ้าคุณสมัครสมาชิกกับ GS1 Thailand คุณจะได้ company prefix ที่ขึ้นต้น 885 ถ้าคุณใช้ UPC ที่ดิสทริบิวเตอร์ออกให้ คุณมักจะได้เลขที่ขึ้นต้นด้วย 0 ซึ่งเป็นช่วงของอเมริกาเหนือ — ทั้งสองแบบถูกต้องเท่ากัน

ผลทางเทคนิคที่ตามมาและคนมักงง: company prefix ที่ขึ้นต้นด้วย 885 มีความยาวทำให้เลขที่ได้เป็น GTIN-13 (EAN-13) ไม่ใช่ GTIN-12 พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณได้เลขมาจาก GS1 Thailand คุณจะไม่มี "UPC-A 12 หลัก" ให้กรอก คุณมีเลข 13 หลัก และนั่นถูกต้องแล้ว ฟอร์มที่เขียนว่า "UPC" แต่รับ 13 หลักได้ ก็คือฟอร์มที่รับ GTIN อย่าไปตัดหลักแรกทิ้งเพื่อให้เหลือ 12 หลัก การทำแบบนั้นคือการทำลายเลข

GS1 แนะนำให้เก็บ GTIN ให้เป็นรูปแบบเดียวกัน: "GS1 recommends that GTIN is always stored as a 14-digit number in the data bases. Shorter formats should be filled in with leading zeroes up to 14 characters" (GS1 EDI technical user guide) ทำแบบนี้ในสเปรดชีตของคุณเองด้วย มันทำให้การจับคู่ข้ามระบบง่ายขึ้นมาก และป้องกันหายนะคลาสสิกที่ศูนย์นำหน้าถูกกลืนหายไป

ทำไม UPC-A เติมศูนย์หน้าแล้วกลายเป็น EAN-13 โดยเลขตรวจสอบไม่เปลี่ยน

เรื่องนี้ทุกคนพูดต่อ ๆ กันแต่ไม่มีใครอธิบาย เหตุผลคือ น้ำหนักในอัลกอริทึมของ GS1 ยึดจากปลายขวาของเลข ไม่ใช่ปลายซ้าย

เลขตรวจสอบอยู่ตำแหน่งขวาสุด นับจากหลักที่อยู่ติดกันทางซ้ายของมันแล้วเดินไปทางซ้าย น้ำหนักสลับ ×3, ×1, ×3, ×1 ไปเรื่อย ๆ เพราะรูปแบบนี้นิยามสัมพัทธ์กับตำแหน่งของเลขตรวจสอบ ทุกหลักใน GTIN-12 จึงได้น้ำหนักเดิมเป๊ะเมื่อเลขถูกเติมทางซ้ายให้เป็น 13 หรือ 14 หลัก ไม่มีอะไรเลื่อน

การเติมศูนย์ข้างหน้าจึงเพิ่มพจน์เข้ามาหนึ่งพจน์ และพจน์นั้นคือ 0 × 3 หรือ 0 × 1 — ยังไงก็เป็นศูนย์ ผลรวมไม่เปลี่ยน ค่าที่ทำให้ผลรวมถึงพหุคูณของสิบตัวถัดไปจึงไม่เปลี่ยน เลขตรวจสอบจึงไม่เปลี่ยน

UPC-A ที่เติมศูนย์เป็น EAN-13 คงเลขตรวจสอบเดิมไว้ เพราะน้ำหนักนับจากขวา และการเติมศูนย์ทางซ้ายคือการบวกศูนย์เข้าไปในผลรวม

คำนวณเลขตรวจสอบด้วยมือ: ตัวอย่างเลขไทย 885

GS1 อธิบายการคำนวณเป็นสามขั้น: คูณแต่ละตำแหน่งด้วยตัวคูณที่สลับกัน แล้ว "add results together to create sum" แล้ว "subtract the sum from nearest equal or higher multiple of ten" (GS1 — Check Digit Calculator)

ขั้นตอน

  1. เอาเฉพาะหลัก ก่อน เลขตรวจสอบ
  2. เริ่มจากหลักขวาสุดของชุดนั้น เดินไปทางซ้าย คูณสลับ 3, 1, 3, 1, …
  3. บวกผลคูณทั้งหมด
  4. ปัดผลรวมขึ้นเป็นพหุคูณของสิบตัวถัดไป ผลต่างคือเลขตรวจสอบ ถ้าผลรวมเป็นพหุคูณของสิบอยู่แล้ว เลขตรวจสอบคือ 0

ตัวอย่างที่ 1 — EAN-13 ที่ขึ้นต้นด้วย 885

สมมติ GS1 Thailand ออกเลขให้ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง และเลขสิบสองหลักก่อนเลขตรวจสอบคือ 885206413975 เราจะหาเลขตรวจสอบเอง

อ่านสิบสองหลักนี้จากขวาไปซ้าย:

ลำดับจากขวาค่าน้ำหนักผลคูณ
ที่ 15×315
ที่ 27×17
ที่ 39×327
ที่ 43×13
ที่ 51×33
ที่ 64×14
ที่ 76×318
ที่ 80×10
ที่ 92×36
ที่ 105×15
ที่ 118×324
ที่ 128×18

ผลรวม: 15 + 7 + 27 + 3 + 3 + 4 + 18 + 0 + 6 + 5 + 24 + 8 = 120

120 เป็นพหุคูณของสิบอยู่แล้ว ดังนั้น เลขตรวจสอบ = 0

EAN-13 ที่สมบูรณ์คือ 8852064139750

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเป็นกรณีที่คนคำนวณด้วยมือพลาดบ่อยที่สุด: หลายคนเห็นผลรวม 120 แล้วปัดขึ้นเป็น 130 แล้วตอบ 10 ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะเลขตรวจสอบต้องเป็นหลักเดียว ถ้าผลรวมลงตัวสิบพอดี คำตอบคือ 0

ตรวจย้อนกลับ: ใส่เลขตรวจสอบเข้าไปด้วยที่น้ำหนัก ×1 แล้วผลรวมต้องหารสิบลงตัว: 120 + 0 = 120 ✓

เติมเป็น GTIN-14: 08852064139750 — ศูนย์ที่เติมเข้ามาได้น้ำหนัก ×3 และให้ผลคูณ 0 ผลรวมยังคงเป็น 120 เลขตรวจสอบยังคงเป็น 0 ไม่เปลี่ยน

ตัวอย่างที่ 2 — UPC-A 12 หลักและการเติมศูนย์

คราวนี้เป็นเลขที่ดิสทริบิวเตอร์สากลออกให้ สิบเอ็ดหลักก่อนเลขตรวจสอบคือ 05938271460

อ่านจากขวาไปซ้าย: 0×3=0, 6×1=6, 4×3=12, 1×1=1, 7×3=21, 2×1=2, 8×3=24, 3×1=3, 9×3=27, 5×1=5, 0×3=0

ผลรวม: 0 + 6 + 12 + 1 + 21 + 2 + 24 + 3 + 27 + 5 + 0 = 101

พหุคูณของสิบตัวถัดไปคือ 110 → 110 − 101 = 9

UPC-A ที่สมบูรณ์คือ 059382714609

เติมศูนย์ให้เป็น EAN-13: 0059382714609 — สิบสองหลักก่อนเลขตรวจสอบคือ 005938271460 ศูนย์ตัวใหม่ได้น้ำหนักลำดับที่ 12 คือ ×1 และให้ผลคูณ 0 ผลรวมยังคงเป็น 101 พหุคูณถัดไปยังคงเป็น 110 เลขตรวจสอบยังคงเป็น 9 ตามที่ทฤษฎีบอกไว้ทุกประการ

059382714609 กับ 0059382714609 คือ GTIN ตัวเดียวกัน ถ้าระบบหนึ่งไม่รับรูปแบบหนึ่ง นั่นคือกฎการจัดรูปแบบ ไม่ใช่สินค้าสองรายการ อย่าไปขอ UPC ใหม่เพื่อให้ฟอร์มยอมรับ

ข้อจำกัดของเลขตรวจสอบ

เลขตรวจสอบพิสูจน์ว่าเลขถูกพิมพ์ถูกต้อง มันไม่พิสูจน์ว่าเลขนั้นเป็นเลข ของคุณ

อัลกอริทึมจับความผิดพลาดแบบพิมพ์ผิดหลักเดียวได้ทุกกรณี และจับการสลับหลักที่อยู่ติดกันได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ทั้งหมด: การสลับหลักติดกันที่ต่างกันอยู่ 5 (0/5, 1/6, 2/7, 3/8, 4/9) จะเปลี่ยนผลรวมถ่วงน้ำหนักไปพอดี ±10 ซึ่งไม่กระทบเลขตรวจสอบ ความผิดพลาดกลุ่มนี้ผ่านไปแบบเงียบ ๆ นี่คือเหตุผลที่คุณต้องตรวจ UPC เทียบกับต้นทางที่คุณได้รับมา ไม่ใช่เชื่อเครื่องตรวจอย่างเดียว

คุณสามารถตรวจโครงสร้าง ISRC และเลขตรวจสอบ UPC/EAN ได้ด้วยเครื่องมือฟรีบนเบราว์เซอร์ที่ mazufa.com ซึ่งทำงานบนเครื่องของคุณเองทั้งหมด


MCT และภูมิทัศน์องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในไทย

หัวข้อนี้ระบุเฉพาะสิ่งที่อ้างอิงแหล่งได้ เพราะภูมิทัศน์การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในไทยซับซ้อนและมีข้อมูลผิดหมุนเวียนอยู่มาก

MCT

Music Copyright (Thailand) Ltd. (MCT) อธิบายตัวเองว่าเป็น "the Authors' Collective Management Organization that operates in line with international standards" และระบุว่าเป็น "the only composer organization in Thailand which has been recognized as a full member of the International Confederation of Societies of Authors and Composers (CISAC)" (MCT)

ในทางปฏิบัติสำหรับผู้อ่านเอกสารนี้ นี่คือช่องทางหลักของนักแต่งเพลงไทยในการ จดทะเบียนงานดนตรีกรรม ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างงานเพลงของคุณกับระบบ ISWC และกับสมาคมพี่น้องในต่างประเทศ ถ้าเพลงของคุณไม่ได้จดทะเบียนไว้ที่ไหนเลย ค่าลิขสิทธิ์ฝั่งงานเพลงจากต่างประเทศจะไม่มีเส้นทางกลับมาหาคุณ

ภูมิทัศน์ที่กว้างกว่านั้น

เอกสาร WIPO-ASEAN ว่าด้วยการจัดการลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียงแบบรวมศูนย์ (เผยแพร่ 31 ตุลาคม 2566) บันทึกสภาพในไทยไว้อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุองค์กรที่ตอบแบบสำรวจหกแห่ง ได้แก่ "Khon Muang Record 1999 Co., Ltd. (KMR) representing musical works; Music Copyright Thailand (MCT) representing musical works; MPC Music Co., Ltd. (MPC) representing musical works and sound recordings; Piriya music sound studio limited partnership (Piriya) representing musical works and sound recordings; Phonorights (Thailand) Ltd. (PNR) representing sound recordings; RMS Publishing Co. Ltd. (RMS) representing musical works" และระบุว่ายังมีองค์กรอื่นที่ระบุตัวได้อีกจำนวนหนึ่ง รวมแล้วมี CMO ในไทยราว 35 แห่ง (WIPO-ASEAN Copyright and Related Rights Collective Management, ASEAN IP Portal, PDF)

เอกสารเดียวกันอธิบายกลไกกำกับดูแลไว้สองชั้น: กรมการค้าภายในกำกับด้านทะเบียนและการแจ้งอัตราค่าตอบแทน — "the Thai Department of Internal Trade oversee the CMOs administratively by requiring CMOs to register and declare the royalty rates" — และกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออก Code of Conduct สำหรับ CMO แบบสมัครใจ มีผลตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2564 โดยมี CMO เข้าร่วม 8 แห่ง เอกสารยังตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะสมัครใจของ Code นี้ประกอบกับการไม่มีคุณสมบัติขั้นต่ำ ทำให้ "will not allow the Code to be an effective measure"

สิ่งที่ผู้อ่านควรทำกับข้อมูลนี้: อย่าเหมาว่า "มีองค์กรเดียวเก็บให้หมด" และอย่าเซ็นมอบสิทธิ์ให้องค์กรใดโดยไม่อ่านว่าเอกสารนั้นมอบสิทธิ์ประเภทใด (งานดนตรีกรรม หรือสิ่งบันทึกเสียง หรือทั้งสอง) ในอาณาเขตใด และเป็นการมอบแบบผูกขาดหรือไม่ การมอบสิทธิ์ซ้อนกันหลายองค์กรทำให้เกิดการเคลมขัดแย้ง ซึ่งจบลงด้วยการที่เงินถูกกันไว้จนกว่าจะเคลียร์

สิ่งที่เอกสารนี้ไม่ระบุ

อัตราการจัดเก็บ อัตราการแบ่งจ่าย และรายละเอียดสัญญาของแต่ละองค์กร ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารนี้ เพราะไม่มีแหล่งปฐมภูมิที่ตรวจสอบได้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ให้ติดต่อองค์กรโดยตรงและขอเอกสารอัตราที่แจ้งไว้กับกรมการค้าภายใน


ISRC จากดิสทริบิวเตอร์ รหัสผู้ลงทะเบียนของคุณเอง และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณย้ายค่าย

ISRC ระบุการบันทึกเสียง ไม่ได้ระบุความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รหัสนี้ไม่ใช่ใบอนุญาต และไม่ได้ให้สิทธิ์อะไรกับดิสทริบิวเตอร์ของคุณ เมื่อคุณย้ายดิสทริบิวเตอร์ ISRC ไปกับการบันทึกเสียงเสมอ — เป็นผลโดยตรงจาก §4.6 และจากข้อห้ามไม่ให้ออก ISRC ตัวที่สองให้บันทึกเสียงที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง

จุดที่คนสะดุด: prefix เป็นของคนที่ลงทะเบียนไว้ ถ้าดิสทริบิวเตอร์ออกรหัส QZ-K7X-25-00113 ให้คุณ QZK7X คือรหัสผู้ลงทะเบียนของดิสทริบิวเตอร์ คุณใช้ ISRC สิบสองอักขระนั้นกับการบันทึกเสียงนั้นต่อไปตลอด — นั่นเป็นข้อบังคับ — แต่คุณ ออกรหัสใหม่ ภายใต้ QZK7X ไม่ได้หลังจากย้ายออก เพลงถัดไปของคุณจึงมี prefix ต่างออกไป แคตตาล็อกที่มีหลาย prefix ไม่ใช่ข้อบกพร่อง แคตตาล็อกที่มีเลขกำกับซ้ำกันต่างหากที่เป็น

ISRC ที่ดิสทริบิวเตอร์ออกให้มีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อดิสทริบิวเตอร์รายนั้นเป็น ISRC Manager ที่ได้รับอนุมัติ US ISRC Agency ระบุว่า "a handful of companies are approved to assign ISRCs on behalf of the owner of a recording" และเตือนว่ารหัสจากบริษัทที่ไม่ได้รับอนุมัติ "are invalid and risk collisions with codes issued by authorized registrants" (US ISRC Agency) IFPI เป็นผู้ดูแลรายชื่อ (ISRC Managers)

เมื่อไรควรขอรหัสผู้ลงทะเบียนของตัวเอง

สำหรับบริบทไทย ให้ติดต่อ TECA เพื่อขอ prefix ของตัวเองเมื่อ:

  • คุณทำค่ายที่มีศิลปินหลายคน หรือออกรหัสอย่างต่อเนื่องมากกว่าออกเป็นราย ๆ ตอนจะปล่อยเพลง
  • คุณดูแลแคตตาล็อกเก่า เช่น เทปลูกทุ่งหรือหมอลำที่ทยอยแปลงเป็นดิจิทัลปีละหลายสิบเพลง และอยากให้ทั้งแคตตาล็อกอยู่ภายใต้ prefix เดียว
  • คุณปล่อยเพลงผ่านดิสทริบิวเตอร์มากกว่าหนึ่งเจ้า
  • คุณต้องการ ISRC ก่อน การส่งมอบ เช่น เพื่อทำ sync กับละครหรือโฆษณา เพื่อผลิตแผ่น เพื่อส่งสถานีวิทยุ หรือเพื่อจดทะเบียนกับองค์กรจัดเก็บ
  • คุณต้องการให้รหัสของคุณไม่ผูกกับการมีอยู่ต่อไปของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

ข้อจำกัดสองข้อ: prefix ถูกจัดสรรเรียงลำดับและ "cannot be altered after allocation" และ prefix ของเจ้าของสิทธิ์ควรใช้ "to assign ISRCs for recordings that you own" เท่านั้น (US ISRC Agency) ถ้าคุณจะออกรหัสให้บันทึกเสียงของคนอื่น คุณต้องมีสถานะ manager ไม่ใช่ prefix ของศิลปิน

สำหรับศิลปินเดี่ยวที่ปล่อยปีละสองซิงเกิล รหัสจากดิสทริบิวเตอร์เพียงพอ สำหรับคนที่กำลังสร้างแคตตาล็อกไว้บริหารเป็นสิบปี prefix ของตัวเองตัดการพึ่งพาออกไปด้วยความพยายามครั้งเดียวที่ไม่มาก


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในงานจริง

ใช้ ISRC ตัวเดียวข้ามหลายบันทึกเสียง ความผิดพลาดที่แย่ที่สุดที่คุณทำได้ เพราะแก้เองไม่ได้ ระบบจับคู่ปลายทางทุกระบบจะมองว่าสองบันทึกเสียงเป็นอันเดียวกันอย่างถาวร สาเหตุมักเป็นการก็อปวางในสเปรดชีต หรือแถวเทมเพลตที่ลืมแก้

ออก ISRC ใหม่ให้การปล่อยซ้ำที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไร ทิ้งอัตลักษณ์ที่สะสมมาทั้งหมด สาเหตุคลาสสิกคือฟอร์มลงทะเบียนของดิสทริบิวเตอร์ที่สร้างรหัสอัตโนมัติเมื่อช่อง "ฉันมี ISRC อยู่แล้ว" ถูกเว้นว่าง กรอกช่องนั้นเสมอ

กรอกชื่อนักร้อง ชื่อวง หรือชื่อค่าย ลงในช่องผู้ประพันธ์ อธิบายไปแล้วข้างต้น นี่คือข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุดในเมทาดาทาเพลงไทย

ติดป้าย Traditional ให้งานของครูเพลงที่มีชื่อ ข้อผิดพลาดที่ทำให้เงินฝั่งงานเพลงหยุดไหลไปหาทายาทที่แท้จริง

ใช้ ISRC ของต้นฉบับกับเวอร์ชันคาราโอเกะ ผิดตาม §A.9.14 และทำให้ยอดสตรีมของเวอร์ชันคาราโอเกะไปรวมกับต้นฉบับอย่างผิด ๆ

อักขระใน ISRC สลับตำแหน่ง ไม่มีเลขตรวจสอบ ไม่มีการตรวจจับ ปล่อยเพลงออกไปภายใต้รหัสที่เป็นของคนอื่นหรือของไม่มีใคร แก้ด้วยการก็อปวางแทนการพิมพ์ และตรวจ ISRC ทุกตัวในงานหนึ่งชุดเทียบกับรายการต้นทางเดียว

UPC ที่ไม่ผ่านเลขตรวจสอบของตัวเอง เกือบทุกครั้งคือพิมพ์ผิด ตัดหลักหาย หรือศูนย์นำหน้าถูกสเปรดชีตกลืน จัดรูปแบบคอลัมน์เป็นข้อความก่อนวางเสมอ ข้อดีคือความผิดพลาดแบบนี้ "เสียงดัง" — ระบบรับข้อมูลส่วนใหญ่ปฏิเสธมันตรง ๆ

สระและวรรณยุกต์ไทยในชื่อเพลงไม่นิ่ง ไม่ใช่ปัญหารหัส แต่พังการจับคู่ได้จริง ชื่อเพลงเดียวกันที่พิมพ์ด้วยลำดับสระ-วรรณยุกต์ต่างกัน หรือใช้ "ๆ" กับการเขียนซ้ำคำสลับกัน หรือมีช่องว่างไม่เท่ากัน จะกลายเป็นสตริงคนละตัวในระบบที่เทียบด้วยข้อความ ตัดสินใจครั้งเดียวว่าจะเขียนอย่างไร แล้วใช้แบบนั้นทุกที่ — ในไฟล์เสียง ในสเปรดชีต และในการจดทะเบียนกับองค์กรจัดเก็บ

รหัสในไฟล์เสียงกับในเมทาดาทาไม่ตรงกัน ความผิดพลาดที่เงียบที่สุดและแพงที่สุด ISRC ที่ฝังในไฟล์ ISRC ในสเปรดชีตหรือ DDEX ที่ส่งไปพร้อมกัน และ ISRC ในการจดทะเบียนกับองค์กรจัดเก็บ ต้องเป็นสิบสองอักขระเดียวกัน เมื่อมันต่างกันทุกอย่างจะดูเหมือนทำงานปกติ เพลงขึ้น ยอดวิ่ง แดชบอร์ดมีตัวเลข แต่การจับคู่พังในที่ที่คุณมองไม่เห็น และคุณจะรู้ตัวอีกทีในอีกหลายเดือน ตรวจให้รหัสที่ฝังกับรหัสที่แจ้งตรงกันก่อนส่งมอบ

ความผิดพลาดเรื่องรหัสที่แพงที่สุด คือความผิดพลาดที่ปล่อยให้เพลงขึ้นได้ตามปกติ แล้วค่อยไปพังตอนจับคู่เงิน

รหัสกลายเป็นเงินได้อย่างไร

เข้าใจโซ่ทั้งเส้นแล้วคุณจะเห็นทันทีว่ารหัสที่พังตัดโซ่ตรงไหน

  1. มีการเล่น บริการบันทึกเหตุการณ์การเล่นเทียบกับบันทึกเสียงที่มีในแคตตาล็อกของตน ซึ่งจับคู่กับ ISRC ที่คุณส่งไป
  2. บริการรายงาน รายงานการใช้งานส่งถึงเจ้าของสิทธิ์หรือดิสทริบิวเตอร์ แยกรายการตาม ISRC โดยระบุงานที่วางขายด้วย UPC เงินฝั่งมาสเตอร์คำนวณตรงนี้ในฐานะส่วนแบ่งจากรายได้รวม ไม่ใช่อัตราคงที่ต่อการเล่น — Spotify ระบุว่าไม่ได้จ่ายเป็นอัตราต่อสตรีม รายได้ถูกรวมเป็นกองแล้วแบ่งตามสัดส่วนการสตรีม สิ่งที่การเล่นหนึ่งครั้งมีค่าจึงแปรตามกอง
  3. ดิสทริบิวเตอร์ทำบัญชี จับคู่บรรทัดในรายงานกับแคตตาล็อกของคุณด้วย ISRC และ UPC แล้วออกใบแจ้งยอด ISRC ที่ถูกรายงานมาแต่ไม่มีในแคตตาล็อกของคุณจะไม่ปรากฏบนใบแจ้งยอด มันค้างอยู่โดยไม่ถูกจัดสรร
  4. ฝั่งงานเพลงเดินขนาน ค่าลิขสิทธิ์การทำซ้ำและการเผยแพร่ต่อสาธารณชนของ ตัวเพลง ถูกจัดเก็บโดยองค์กรจัดเก็บ ซึ่งเชื่อม ISRC ที่ถูกรายงานเข้ากับงานที่จดทะเบียนไว้ (ISWC) แล้วต่อไปยังผู้ประพันธ์และสำนักพิมพ์เพลง คนละท่อ คนละตาราง คนละเงิน
  5. สิทธิข้างเคียง รายได้จากการแพร่เสียงแพร่ภาพและการเผยแพร่ต่อสาธารณชนของ ตัวบันทึกเสียง ถูกจัดเก็บโดยองค์กรฝั่งสิ่งบันทึกเสียง จับคู่ด้วย ISRC กับการจดทะเบียนที่ระบุเจ้าของสิทธิ์และนักแสดงหลัก
  6. จ่ายเงิน ภายใต้การหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎของแหล่งเงินได้

ทุกขั้นคือการ join ด้วยรหัส และ join ที่ล้มเหลวจะล้มเหลวอย่างเงียบ ๆ ทำ ISRC พังที่ขั้น 1 หรือ 2 เงินฝั่งมาสเตอร์ค้าง ทำการเชื่อม ISRC↔ISWC พังที่ขั้น 4 เงินของนักแต่งเพลงค้าง ทำ UPC พัง การกระทบยอดระดับสินค้าพัง เหลือใบแจ้งยอดที่ผูกกลับไปหางานที่วางขายไม่ได้ ทำให้เสียงกับเมทาดาทาไม่ตรงกัน ทุกขั้นพังพร้อมกัน

ค่าลิขสิทธิ์ทุกบาทที่คุณได้รับ คือผลลัพธ์ของการ join ในฐานข้อมูล และรหัสคือสิ่งเดียวที่ยึด join นั้นไว้

วินัยที่ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงต่องานหนึ่งชุด

เก็บชีตเดียวเป็นแหล่งความจริง: ชื่อเพลง / เวอร์ชัน / ISRC / ISWC / ผู้ประพันธ์คำร้อง / ผู้ประพันธ์ทำนอง / ผู้เรียบเรียง / สัดส่วนการแบ่ง / UPC ของงานที่วางขาย จัดคอลัมน์รหัสเป็นข้อความ ขอ ISRC ก่อนส่งมอบ ไม่ใช่ระหว่างส่งมอบ ตรวจเลขตรวจสอบ UPC ทุกตัว ยืนยันว่ารหัสที่ฝังในไฟล์เสียงตรงกับชีต จดทะเบียนทั้งบันทึกเสียงและงานเพลงกับองค์กรที่เกี่ยวข้องด้วยรหัสชุดเดียวกัน

แล้วเมื่อใบแจ้งยอดขาดบรรทัดไป คุณจะมีหลักฐานไว้เถียง — ถ้าไม่มี คุณพิสูจน์ไม่ได้เลยว่าควรได้รับเท่าไร


ตารางสรุป

ISRCISWCUPC-A / EAN-13
ระบุการบันทึกเสียงงานดนตรีกรรมสินค้าที่วางจำหน่าย
มาตรฐานISO 3901 (IFPI)ISO 15707 (CISAC)GS1 GTIN-12 / GTIN-13
ความยาว12 อักขระT + 9 หลัก + เลขตรวจสอบ12 / 13 หลัก
เลขตรวจสอบไม่มีมีมี
หน่วยงานในไทยTECA (รหัส TH)MCT (สมาชิกเต็มของ CISAC)GS1 Thailand (prefix 885)
คัฟเวอร์เพลงครูเพลงต้องใหม่เดิม (เพลงเดียวกัน)ใหม่ถ้าขายเป็นสินค้าใหม่
เวอร์ชันคาราโอเกะต้องใหม่เดิมใหม่ถ้าขายเป็นสินค้าใหม่
บันทึกการแสดงสดต้องใหม่ทุกงานเดิมใหม่ถ้าขายเป็นสินค้าใหม่
รีมาสเตอร์เชิงเทคนิคล้วนไม่ต้องใหม่ (§A.10.1)เดิมใหม่ถ้าขายเป็นสินค้าแยก
ปล่อยมาสเตอร์เดิมซ้ำไม่ต้องใหม่เดิมปกติต้องใหม่

การจัดจำหน่ายของ Mazufa ไม่มีค่าใช้จ่าย — ไม่มีค่าอัปโหลด ไม่มีค่าสมาชิกรายปี ไม่มีค่าธรรมเนียมต่อการปล่อยหนึ่งชุด — หักเพียงอย่างเดียวคือ 5% ของค่าลิขสิทธิ์ที่ได้รับ และทุกใบสมัครที่กรอกครบถ้วนจะได้รับการพิจารณาโดยคน


แหล่งอ้างอิง

  • IFPI, ISRC Structure (โครงสร้างสี่ส่วน; นิยามและหน้าที่ของปีอ้างอิง; ปีที่ออกรหัสอาจต่างจากปีที่บันทึกเสียง) — https://isrc.ifpi.org/isrc-standard/isrc-structure
  • IFPI, International Standard Recording Code (ISRC) Handbook (§4.3 ไม่ออกรหัสที่สองหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ; §4.6 การขายหรืออนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในบันทึกเสียงที่ไม่เปลี่ยนแปลงคงรหัสเดิม; §5 ขีดกลางไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรหัส; §A.3 ห้ามนำรหัสกลับมาใช้ซ้ำ; §A.9.1 เวอร์ชันแสดงสด; §A.9.4 เวอร์ชันตัดต่อ; §A.9.8 รีมิกซ์; §A.9.14 เวอร์ชันที่ตัดองค์ประกอบออก; §A.10.1 รีมาสเตอร์กับเงื่อนไข creative input; §A.10.2 การเปลี่ยนความยาว) — https://www.ifpi.org/wp-content/uploads/2021/02/ISRC_Handbook.pdf
  • IFPI, ISRC FAQs (รีมิกซ์และเวอร์ชันตัดต่อ; เกณฑ์ความยาวเกิน 10 วินาที; บันทึกเสียงที่ไม่เคยมี ISRC มาก่อน) — https://isrc.ifpi.org/faqs
  • IFPI, Valid Characters in the ISRC Prefix (PDF) (TH = TECA Thailand; QM/QZ = RIAA United States; ZZ = International ISRC Registration Authority) — https://isrc.ifpi.org/images/downloads/Valid_Characters_in_the_ISRC_Prefix.pdf
  • IFPI, ISRC Agency Contacts (Thai Entertainment Content Trade Association (TECA), กรุงเทพฯ เป็นหน่วยงาน ISRC ระดับชาติของไทย; ประเทศที่ไม่มีหน่วยงานให้ติดต่อ International ISRC Agency) — https://isrc.ifpi.org/contacts/isrc-agency-contacts
  • IFPI, ISRC Managers (รายชื่อองค์กรที่ได้รับอนุมัติให้ออก ISRC แทนเจ้าของสิทธิ์) — https://isrc.ifpi.org/get-isrc/isrc-managers
  • US ISRC Agency, How It Works (การจัดสรร prefix ตามลำดับและแก้ไขไม่ได้; prefix ของเจ้าของสิทธิ์ใช้เฉพาะกับบันทึกเสียงที่ตนเป็นเจ้าของ; ความเสี่ยงจากรหัสที่ออกโดยผู้ไม่ได้รับอนุมัติ) — https://usisrc.org/how-it-works/
  • GS1, GS1 Company Prefix (ตาราง prefix; "885 | GS1 Thailand"; "GS1 Prefixes do not identify the country of origin for a given product.") — https://www.gs1.org/standards/id-keys/company-prefix
  • GS1, Check Digit Calculator (ขั้นตอนการคูณถ่วงน้ำหนัก การรวม และการลบจากพหุคูณของสิบที่เท่ากันหรือสูงกว่า) — https://www.gs1.org/services/check-digit-calculator
  • GS1, Communicating GS1 trade item numbers (แนะนำให้เก็บ GTIN เป็น 14 หลักโดยเติมศูนย์นำหน้า) — https://www.gs1.org/edi-xml/technical-user-guide/Item_Numbers
  • GS1 Thailand — https://gs1th.org/en/home-english/
  • Music Copyright (Thailand) Ltd. (MCT) (คำอธิบายตนเอง; การเป็นสมาชิกเต็มของ CISAC) — https://www.mct.in.th/index.php?page=home&language=EN
  • WIPO / ASEAN, WIPO-ASEAN Copyright and Related Rights Collective Management Resource Document, 31 ตุลาคม 2566 (รายชื่อ CMO ในไทยและประเภทสิทธิ์ที่บริหาร; ราว 35 องค์กร; การกำกับดูแลโดยกรมการค้าภายใน; CMO Code of Conduct แบบสมัครใจของกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีผล 27 ธันวาคม 2564 มีผู้เข้าร่วม 8 องค์กร) — https://www.aseanip.org/docs/default-source/content/wipo-asean-resource-document-for-circulation-v6---31-oct-23.pdf?sfvrsn=aeac346a_1
  • พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับแปลภาษาอังกฤษ เผยแพร่โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา) — มาตรา 19 (ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์และอีก 50 ปี), มาตรา 20 (งานที่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์), มาตรา 21 (ภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ 50 ปีนับแต่สร้างสรรค์) — https://www.ipthailand.go.th/images/3534/2564/Copyright/Copyright_Act_ENG.pdf
  • ศิลปวัฒนธรรม, จากเสียงระนาด "หนวกหู" กลายเป็นเพลงอมตะ "เขมรไทรโยค" (พระนิพนธ์ในสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดยใช้ทำนองเพลงเขมรกล่อมลูก สองชั้นเป็นฐาน) — https://www.silpa-mag.com/culture/article_48478
  • ศิลปวัฒนธรรม, เพลงลาวดวงเดือน เกิดจากรักแสนเศร้าของกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม? (พระนิพนธ์ในกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม ราว พ.ศ. 2450–2452) — https://www.silpa-mag.com/history/article_132020
  • คมชัดลึก, ปิดฉาก "อัจฉริยะลูกทุ่ง" ผู้อาภัพ ตำนานเพลง "ค่าน้ำนม" (ครูไพบูลย์ บุตรขัน ถึงแก่กรรม 29 สิงหาคม 2515 สิริอายุ 56 ปี) — https://www.komchadluek.net/news/today-in-history/385601
  • มติชน, รำลึก 100 ปี "ไพบูลย์ บุตรขัน" ยอดนักแต่งเพลงลูกทุ่งไทย (ผลงาน "ค่าน้ำนม" "มนต์รักลูกทุ่ง" "กลิ่นโคลนสาบควาย" "มนต์เมืองเหนือ") — https://www.matichon.co.th/book/news_1043377
  • ISO 15707:2001, International Standard Musical Work Code (ISWC)https://www.iso.org/standard/28780.html
  • CISAC, International Identifiers (การบริหาร ISWC) — https://www.cisac.org/services/information-services/international-identifiers
  • ISWC International Agency — https://www.iswc.org/
  • International Standard Musical Work Code, Wikipedia (รูปแบบ T-123.456.789-C; ตัวเลขไม่เข้ารหัสความหมายใด ๆ) — https://en.wikipedia.org/wiki/International_Standard_Musical_Work_Code

หมายเหตุเกี่ยวกับตัวอย่างที่คำนวณ: 8852064139750 และ 059382714609 ใช้เป็นตัวเลขที่มีโครงสร้างถูกต้องเพื่อสาธิตวิธีคำนวณเลขตรวจสอบเท่านั้น ไม่ได้เป็นรหัสของงานที่วางจำหน่ายรายการใดรายการหนึ่ง

หมายเหตุเกี่ยวกับสถานะลิขสิทธิ์: เอกสารนี้อ้างถึงมาตรา 19, 20 และ 21 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ตามตัวบท และไม่ได้ให้ความเห็นว่าเพลงใดพ้นอายุการคุ้มครองแล้วหรือยัง การประเมินเรื่องนั้นต้องอาศัยวันถึงแก่กรรมของผู้สร้างสรรค์ที่มีหลักฐาน ข้อมูลการโฆษณาครั้งแรก และข้อเท็จจริงเรื่องการโอนสิทธิ์เป็นราย ๆ ไป

เอกสารอ้างอิงทางเทคนิคฉบับอื่น

เขียนเพื่อคนทำงานจริง อ้างอิงจากมาตรฐานต้นทางโดยตรง และอ่านได้ฟรี

เปิดเครื่องมือฟรีของหัวข้อนี้ →

ตรวจผลงานเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาปล่อยออกไป

เมื่อไฟล์ของคุณพร้อม การสมัครใช้เวลาไม่กี่นาที และมีคนจริงเป็นผู้อ่าน

ส่งให้พิจารณา

สมัครฟรี ไม่มีการสร้างบัญชี มีคนจริงเป็นผู้พิจารณาและตอบกลับทางอีเมล

เครื่องมือฟรีตัวอื่น

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่มีการอัปโหลด ทุกอย่างทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ

ตรวจภาพปกก่อนที่มันจะถูกตีกลับ
ภาพปกคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้งานถูกส่งกลับ วางไฟล์ปกของคุณลงไปแล้วตรวจเทียบกับข้อกำหนดที่ร้านค้าประกาศไว้ จากนั้นดูม
ตรวจเมทาดาทาของคุณเทียบกับกฎของร้านค้า
ศิลปินรับเชิญในชื่อเพลง ข้อมูลเวอร์ชันในวงเล็บ คำค้นในช่องชื่อศิลปิน เหล่านี้คือการตีกลับที่มาถึงในวันศุกร์ก่อนปล่อยเพลง
ตรวจ ISRC และบาร์โค้ดของคุณ
รหัสสองชุดเป็นตัวนำเงินมาให้คุณ ได้แก่ ISRC ที่ระบุงานบันทึกเสียง และบาร์โค้ดที่ระบุตัวผลงาน เลขผิดเพียงหลักเดียวในรหัสใ
นับถอยหลังจากวันปล่อยเพลงของคุณ
โอกาสที่พลาดไปในการปล่อยเพลงส่วนใหญ่คือเส้นตายที่พลาด ไม่ใช่ฝีมือที่ขาด ใส่วันที่คุณอยากให้เพลงขึ้น แล้วรับทุกขั้นตอนพร้
ตรวจมาสเตอร์ของคุณก่อนที่ร้านค้าจะเปลี่ยนมัน
วางไฟล์มิกซ์ของคุณลงไป แล้วดูค่า integrated loudness, true peak และ loudness range ที่วัดด้วยวิธีเดียวกับที่บริการสตรีมม